รถยนต์สปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า 100 % Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line

รีวิวรถ Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line

e-tron คือ ชื่อเรียกของตระกูลรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% จาก ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ Audi ได้ทำการเปิดตัวยนต์โฉมครั้งแรกในเมื่อเดือนธันวาคมปี 2018 และในปี 2020 นี้ทางบริษัท Audi ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัว รถยนต์สปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า 100 % Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line กับราคา 5,299,000 บาท วิ่งได้ระยะทางไกลที่สุด 463 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมากับอัตราเร่งที่น่าประทับใจในการออกตัว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 5.7 วินาที แรงขนาดนี้เป็นน้องๆซุปเปอร์คาร์ได้เลย มากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ที่เป็นนวัตกรรมของค่าย Audi เชื่อว่าหลายท่านที่กำลังกังวลเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ว่าจะใช้งานในชีวิตประจำวันได้หรือป่าว ผมเองก็เป็นเช่นกัน และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้กันครับ ห้ามพลาดเลย ! 

ดีไซน์ภายนอกรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line

ดีไซน์ภายนอกของรถยนต์ Audi E-Tron Sportback คันนี้ออกแบบมาให้ดูสปอร์ตล้ำสมัย มากับชุดแต่ง S Line ของที่เป็นทางค่าย Audi ที่เป็นชื่อเรียกในรุ่นสปอร์ดของแบรนด์ และในลายละเอียดของรถยนต์คันนี้มีอะไรให้มาบ้างเราไปดูกันครับ

Exterior ภายนอกของรถยนต์ : Audi E-tron Sportback 

  • ชุดตกแต่งภายนอก S line รอบคัน
  • มีกัญชนหน้าแบบใหม่ที่เอาไฟตัดหมอกออกเพิ่มช่องลมแทน มีAero Dynamic ที่ดีขึ้น
  • มีกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ S-Line
  • มีสัญลักษณ์ E-Tron รอบคัน บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%
  • มีล้ออัลลอยดีไซนใหม่ 9.5 J x 21″ ขนาด 21 นิ้ว
  • ให้มากับยาง Goodyear ขนาด 265/45 R21 Eagle  F1 เน้นความสปอร์ต และพร้อมยางอะไหล่
  • มีคาริเปอร์เบรกสีส้มโดดเด่นทั้ง 4 ล้อ
  • มีหลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • มีไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมไฟ Effect Light Staging ด้านหน้า – หลัง 
  • มีไฟ Daytime Running Light แบบ LED
  • มีระบบไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam
  • มีกระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • มีกระจกมองข้าง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • มีกระจกมองข้าง ปรับ และ พับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง Memory
  • มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
  • มีระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
  • มีระบบ Comfort Key
  • มีไฟท้ายเป็นเส้นยาวเต็มท้ายรถแบบ LED โดดเด่นมากๆในเวลากลางคืน
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED เช่นกัน 
  • กัญชนด้านท้ายเป็นชุดแต่งแบบ S Line 
  • มีฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • มีระบบเปิด-ปิดฝาท้าย โดยไม่ต้องใช้มือ Hands-Free Tailgate
  • มีช่องชาร์จไฟพร้อมช่องต่อ DC แบบสายตรง บริเวณซุ้มล้อหน้าด้านขวา 

Dimension มิติตัวถัง

  • ความยาวทั้งหมดมีขนาด 4,901 มิลลิเมตร
  • ความกว้างทั้งหมดมีขนาด 1,935 มิลลิเมตร
  • ความสูงทั้งหมดมีขนาด  1,616 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อมีขนาด  2,928 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้ามีขนาด 60 ลิตร
  • ที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาด 661 – 1,665 ลิตร (เมื่อพับเบาะลง)
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน cd = 0.25

ดีไซน์ภายในรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line 

ด้ายภายในของรถยนต์คันนี้ออกแบบมาให้ดูหรูหราล้ำสมัยกับระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มคัน หน้าจอแสดงผลต่างๆเป็นระบบ Digital ทั้งในส่วนของหน้าจอมาตรวัตรด้านหน้าคนขับ และจุดเด่นของรถยนต์ Audi หน้าจอ Display ระบบสัมผัสทั้ง 2 จอที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกง่ายได้ หนึ่งจอด้านบนขนาด 10.25 นิ้ว ใช้แสดงผลจากกล้องหน้ากองหลัง หรือ 3D ที่มีความละเอียดคมชัดมากๆ และเป็นหน้าจอที่ใช้งานแสดงขเอมูลต่างๆของรถและฟังก์ชั่นต่างๆไม่ว่าจะ media,telephone,navigator และหน้าจอด้านล่างใช้ควบคุมระบบแอร์ภายในรถ ถ้ดมาในด้านร่างที่บริเวณคอนโซลกลางจะเป็นปุ่ม start-stop พร้อมปุ่มเลือกโหมดกับขับขี่ ที่มีด้วยกันถึง 5 ระบบแถมยังปรับข่วงล่างอัตโนมัติตามโหมดที่ใช้ได้ถึง 5 ระดับเช่นกัน และเกียร์ไฟฟ้ากับปุ่ม Parking บริเวณพวงมาลัยมี paddle shift มาด้วยหลายท่านอาจจะสงสัยใส่มาเพื่ออะไร อุปกรณ์ชิ้นนี้ใช้ทำหน้าที่หน่วงมอเตอร์เหมือนกับเป็น Engine เบรกนั่นเองเพราะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์อยู่แล้ว ส่วนวัสดุภายในตกแต่งด้วยหนังแท้ซอฟพาร์ทสีดำด้านสวยงาม 

Interior ภายในรถยนต์ :

  • ภายในห้องโดยสาร ทำการตกแต่งด้วยลาย Dark Matt Brush Aluminium
  • มีเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Valcona
  • มีเบาะนั่งคู่หน้า รูปทรงแบบ S Sports ตกแต่งลาย Diamond Cut พร้อมสัญลักษณ์ S line
  • มีเบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง Memory Seat
  • มีเบาะนั่งคู่หน้า พร้อมฟังก์ชั่นอุ่นร้อน Heated Seats
  • มีแดชบอร์ดหน้า แผงประตู และ คอลโซลกลาง หุ้มด้วยหนังสีดำ
  • มีพวงมาลัยสามก้าน Mutifunction สปอร์ตท้ายตัด พร้อมสัญลักษณ์ S line
  • มีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 4 โซน
  • มีพวงมาลัย ปรับระดับด้วยไฟฟ้า
  • มีระบบหน่วงมอเตอร์ไฟฟ้า Engine Brake เป็นแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift 
  • มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • มีม่านบังแดดประตูหลัง ซ้าย-ขวา
  • มีระบบควบคุมอุณหภูมิก่อนเริ่มการขับขี่ Comfort Stationary air conditioning
  • มีระบบช่วยผ่อนแรงเมื่อปิดประตู Soft Close

Entertainment ระบบความบันเทิง

  • มีระบบเครื่องเสียงแบบ Premium : Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ
  • มีจอแสดงข้อมูลมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit Plus ขนาด 12.3 นิ้ว
  • มีระบบ MMI Navigation Plus with MMI touch response พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.25นิ้ว
  • มีระบบ Audi Smartphone Interface | Apple CarPlay – Android Auto
  • มีหน้าจอควบคุม Multifunction แบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน Haptic Feedback ขนาด 
  • มีระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  • มีช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง / ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • มีไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Contour / Ambient Lighting

ระบบพลังงานของรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line 

Powertrain ขุมพลัง

ขุมพลังของ Audi e-Tron เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (2 Electric Motors) 

Comfort and Auto Mode

ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า (มอเตอร์หน้า 170 แรงม้า – มอเตอร์หลัง 190 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร

อัตราเร่ง 0-100 km/h : 6.62 วินาที

อัตราเร่ง 80-120 km/h : 3.61 วินาที

Mode Dynamic 

กำลังสูงสุด 408 แรงม้า (มอเตอร์หน้า 184 แรงม้า – มอเตอร์หลัง 224 แรงม้า)

แรงบิดสูงสุดถึง 664 นิวตันเมตร แรงบิดมหาศาลมากๆ 

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Single Gear และ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro พร้อมระบบกระจายแรงบิด wheel-selective torque control

อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 5.7 วินาที

อัตราเร่ง 80-120 km/h : 3.07 วินาที

ความเร็วสูงสุด Top Speed 200 km/h

แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุขนาด 95 kWh ขนาด 396 โวลต์ ให้กระแสไฟเดินทางได้สูงสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เป็นระยะทางมากกว่า 463 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด ขนาด 150 kW และ กระแสไฟฟ้าสลับ AC (ไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน) ขนาด 11 kW หรือ 22 kW

การชาร์จไฟฟ้า

ไฟฟ้า AC 3 phase 11 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 0% ประมาณ 8.6 ชั่วโมง

ไฟฟ้า AC 3 phase 22 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 0% ประมาณ 4.3 ชั่วโมง

ไฟฟ้า DC 150 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 0% ประมาณ 36 นาที

*แบตเตอรี่ แบบ 36 Modules ติดตั้งอยู่ใต้พื้นรถ สามารถเปลี่ยนซ่อม Repairable แยก Modules ได้

ระบบความปลอดภัยของรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line 

ในส่วนความปลอดภัยของรถยนต์คันนี้ให้มาแบบคุ้มค่าราคามากๆ ทั้งบอดีตัวถังที่มาความแข็งแรงช่วงล่างที่หนึบนิ่งทุกการขับขี่ แม้จะใช้ความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ยังทำให้รู้สึกนิ่งสบายแทบไม่รู้สึกว่ากำลังขับอยู่ที่ความเร็วสูง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro เทคโนโลยีจากทางค่ายผู้ผลิตที่เพิ่มสมรรถนะในการควบคุมรถได้ดีขึ้น มั่นใจในทุกการเข้าโค้ง ส่วนในรุ่นนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรมาให้กันบ้าง 

ระบบรักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์ต่างๆ

  • มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • มีระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • มีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC
  • มีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  • มีระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย
  • มีระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake
  • มีระบบล็อคเบรกขณะหยุดนิ่ง Audi Hold Assist
  • มีกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • มีเซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า – ด้านหลัง – ด้านข้าง
  • มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • มีถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • มีม่านถุงลมนิรภัย
  • มีจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
  • มีชุดปฐมพยาบาล

อุปกรณ์สั่งซื้อเพิ่มเติม

  • กล้องแสดงภาพด้านข้าง Virtual Exterior Mirror พร้อมหน้าจอ OLED แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน Lane Change Warning
  • ระบบ Audi Pre-sense rear เตรียมพร้อมหากเกิดการชนจากด้านหลัง
  • ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้าง และ ท้ายรถ เมื่อเปิดประตูลงจากรถ Exit Warning
  • ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้าง และ ท้ายรถ เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง Rear Cross Traffic Assist

จุดเด่นของรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line 

จุดเด่นของรถยนต์คันนี้เป็นรถยนต์สปอร์ต SUV ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาความแรงและอัตราเร่งที่น่าเหลือเขื่อ ที่ตัวเลขเคลมจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 km/h คือ 5.7 วินาที และอัตราเร่งแซงที่ 80-120 km/h ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ที่ 3.07 วินาทีนี่มันระดับรถยนต์ Performances Cars เลยนะครับ แต่คุณกับได้ตัวเลขนี้ในบอดี้แบบรถ SUV นี่แหละ คือความได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ไม่ต้องรอรอบ เกียร์แบบ Single-Speed ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เรื่องการชาร์จไฟเราได้อธิบายไว้ในหัวข้อพลังงานด้านบนแล้ว มาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟกันบ้าง 

ค่าไฟของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA Metro Electricity Authority of Thailand) ซึ่งคิดในอัตราการใช้ไฟ บ้านอยู่อาศัย ประเภท 1.2

  • ช่วงเวลา Off Peak หน่วยละ 2.6369 บาท (22.00 – 08.59น.)
  • ช่วงเวลา Peak หน่วยละ 5.7982 บาท (09.00 – 21.59น.)

กำลังไฟของเครื่องชาร์จ Wallbox 22 KW แบตเตอรี่ขนาด 95 KWH การชาร์จ 1 ครั้ง จาก 0-100% ใช้เวลา 8.6 ชั่วโมง 

  • ค่าไฟฟ้าต่อการชาร์จเต็มจาก 0-100% : 249 บาท/ครั้ง* (ขึ้นอยู่กับประเภท และ อัตราค่าไฟฟ้าของแต่ละบ้าน)
  • ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางประมาณ : 400 กิโลเมตร (จากการใช้งานจริงในกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย)
  • ค่าใช้จ่ายต่อการเดินทางโดยประมาณ 0.62 บาทต่อกิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับประเภท และ อัตราค่าไฟฟ้าของแต่ละบ้าน)

แต่หากใช้บริการตามที่สาธารณะต่างๆ เช่น EA Anywhere ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 150 บาท ก็จะประหยัดกว่าชาร์จที่ Wallbox ที่บ้าน แต่ทั้งนี้ต้องเช็คกำลังการชาร์จของแต่ละที่ด้วยว่า สามารถรองรับการชาร์จที่สูงสุด 22 kW หรือไม่ บางแห่งปล่อยที่ 7kW ก็จะใช้ระยะเวลาชาร์จนานกว่า ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการชาร์จที่บ้าน

สรุปรถยนต์ : Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line 

ในสำหรับรถยนต์ Audi E-Tron Sportback หากเปรียบเทียบกับ รถยนต์ SUV ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปปกติในค่ายเดียวกันเอง คงจะต้องเทียบกับรถยนต์ Audi Q7 Diesel ทำอัตราเร่ง 0-100 km/h ได้ที่ประมาณ 7.4 วินาที เทียบกันรถยนต์รุ่น E-Tron / E-Tron Sportback ไวกว่าเกือบ 2 วินาที อัตราเร่งแซง 80-120 km/h อยู่ที่ 3.07 วินาที ด้วยความที่รถยนต์ไฟฟ้าทำให้มีอัตราเร่งที่สนุกเร้าใจยิ่งกว่า เสมือนขับรถยนต์ซุปเปอร์คาร์เลย 

รถยนต์ Audi E-Tron มีทั้งหมด 6 สี ได้แก่

  • สีขาว Glacier White Metallic
  • สีเงิน Floret Silver Metallic
  • สีดำ Mythos Black Metallic
  • สีเทา Daytona Grey Metallic
  • สีทอง Siam Beige Metallic
  • สีน้ำเงิน Antigua Blue Metallic

ภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 สี (ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก)

  • สีดำ Black
  • สีเทา Grey

ราคารถยนต์ : Audi E-Tron 

รถยนต์ Audi E-Tron 55 Quattro 2019 ราคา 5,099,000 บาท

รถยนต์  Audi E-Tron 55 Quattro Sportback S Line 2020

ราคา  5,299,000 บาท 

รถยนต์ Audi E-Tron GT Quattro 2021 ราคา 6,390,000 บาท

รถยนต์ Audi E-Tron GT Quattro Performance 2021 ราคา

6,790,000 บาท 

รถยนต์ Audi E-Tron GT Quattro RS 2021 9,490,000 บาท (โควต้า 8 คันในประเทศไทย)

Link ซื้อรถยนต์ : Audi E-Tron 55 Quattro Sportback S Line 

www.checkraka.com/car/audi/e-tron/

Youtube Review รถยนต์ : Audi E-Tron 55 Quattro Sportback S Line

ในที่นี้สุดยอด รถยนต์สปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า 100 % Audi E-Tron Sportback 55 Quattro S Line เหมาะสำหรับคนที่หารถคันที่ 2 ขึ้นไปไว้ใช้งาน มีรถประจำคันหลักอยู่แล้ว เผื่อต้องการเดินทางไกลแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ อาจเป็นคนที่อยากลองเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ได้อัตราเร่งที่มหาศาลมาเป็นของแถม เดินทางไกลได้ถึง 400กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าใช้มากๆเลย 

และในวันนี้หวังว่าทุกท่านจะได้รับความสนุกและประโยขน์จากบทความของที่เรามานำเสนอกันนะครับ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ.

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
Audi (1) city (1) Civic (1) D-Max V Cross (1) Ducati Multistrada 950 S (1) Ford (1) Hilux Revo Rocco Minorchange (1) honda (4) Isuzu (2) Jazz (1) Kawasaki Versys-X 300 Toure (1) Kawasaki Z-H2 2020 สุดยอดรถจักรยานยนต์ (1) March (1) mazda (2) mini (1) mirage (1) mitsubishi (3) Nissan (2) Ranger Raptor X (1) suzuki (1) TATA (1) toyota (4) Triton Athlete 4WD (1) vios (1) Xenon 150NX-Plore 4WD (1) Yaris (1) การวอร์มเครื่องยนต์ก่อนใช้งาน มีประโยชน์จริงหรือไม่ (1) การเหยียบเบรกบ่อยในขณะขับปกติ (1) ก่อนโช๊คอัพพังจะมีสัญญาณเตือนและข้อสังเกตอย่างไรบ้าง (1) ข่าวรถใหม่ (14) ควรเตรียมตัวอย่างไรให้การเดินทางไกลด้วยรถยนต์ปลอดภัยที่สุด (1) จะแก้ไขอย่างไร ? หากหม้อน้ำเดือด เข็มความร้อนขึ้น และเกิดจากสาเหตุอะไร ? (1) พลังงานไฟฟ้า (1) รถจักรยานยนต์ All New Honda CBR1000RR-R Fireblade SP (1) รถจักรยานยนต์ BMW F 850 GS Adventure (1) รีวิวรถ (27) วิธีการจองคิวต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ (1) วิธีการจองคิวต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 (1) หากคอยล์จุดระเบิดเสียส่งผลร้ายแรงกับรถยนต์หรือไม่ (1) หากต้องการทำความสะอาดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง (1) หากพบเจอสนิมบนรถยนต์ต้องแก้ไขอย่างไร (1) หากรถยนต์มีควันสีขาวเกิดจากสาเหตุอะไร (1) หากเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป (1) อยากทำสีรถใหม่ ควรเลือกใช้สีแบบไหนดีที่สุด (1) เกียร์ D1 D2 หรือ เกียร์ L คืออะไร (1)